|
จันทบุรี เขาคิชฌกูฎ น้ำตกพลิ้ว เล่นเอาร้าวไปทั้งตัว
เมื่อวานไปเที่ยวกับเพื่อน และที่ทำงานเพื่อนมา 55
เพื่อนกล้าชวน เราก็กล้าไป ไม่รู้จักใครเลย
รถออก 4 ทุ่ม เมื่อวาน กลับมาถึงกทม 3 ทุ่ม
ทริปค่อนข้างทรหดเหมือนกัน ร่างกายเหนื่อยล้าปวดมากกกกกกก
แต่ก็สนุกดี ไว้มาเล่าทีหลังนะ
------------------------------------------------------------------------
เรื่องของเรื่องทริปนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน(?)มั้ง เพื่อนแต๊บโทรมาชวน
ไปเที่ยวจันทบุรีกันมั้ย ไปกับพี่ๆที่ บ. ไอ้เราตอนแรกก็ลังเลใจ
ช๊านไม่รู้จักใครเลย เป็นคนนอกจะไปได้เหรอ ?? แต่สุดท้าย ก็ตกลงปลงใจไปคะ
นัดเจอกันตอนวันเสาร์ 2 ทุ่มที่อนุสาวรีย์ รถจะออก 3 ทุ่ม แต่ทว่า... งานเข้าคุณเพื่อนพอดี
เลยกว่าจะมาที่อนุสาวรีย์ก็เกือบ 4 ทุ่มละ เหอะๆ พี่ๆคนอื่นก็เข้าใจนะ
อ้อ ทริปนี้ไปกันทั้งหมด 13 คนคะ ก็ไม่ใช่คนที่ บ ทั้งหมดทีเดียวหรอก มีคนอื่นไปด้วย ^ ^
ในรถก็แบบหลับๆตื่นๆ เพราะนอนตุนไว้เต็มทีอะ ไปถึงจันทบุรีตอนตี 1 นิดๆ
ไปที่เขาคิชฌกูฏก่อน ซึ่งเขาเนี้ย เป็นไง เราก็ไม่รู้จักหรอก รู้แค่ว่ามาไหว้พระ
แต่ก็แอบสงสัยนิดหน่อย ไหว้พระอะไรน๊านนาน เพราะวางแผนไว้กินข้าวเช้า 8 โมง
พอไปถึงๆบางอ้อ ต้องเดินขึ้นเขาคะ เอาวะ สู้ๆมาถึงที่แล้ว
ขั้นแรกต้องไปซื้อตั๋วขึ้นเขาก่อน คือเค้าจะแบ่งเป็น 2 ขั้น ต้องขึ้นรถไปขั้นแรก
ไหว้เจ้าแม่กวนอิมและ(จำไม่ได้) แล้วก็ไปซื้อตั๋วอีก เพื่อขึ้นไปขั้นที่ 2
ซึ่งเป็นทางที่ต้องเดินขึ้นเขาละ ข้างล่างคนเยอะมากกกกกกกกกกกกได้อีก
แต่พี่ที่เค้าไปมาก่อน บอกว่านี่ยังไม่เยอะนะ ปีที่แล้วพี่เค้ามาคนเยอะกว่านี้อีก เหอะๆ
แล้วคราวที่แล้วอะ เค้าเดินขึ้นไปชั้นที่ 1 ซึ่งใช้เวลา 3 ชั่วโมง เอง - -"
เอาเถอะคะ ขอรอรถต่อไปละกัน ก็รอรถไม่นานเท่าไหร่ เกือบๆ 2 ชั่วโมงเท่านั้น
แล้วรถก็เป้นปิ๊กอัพ ซึ่งทำที่นั่งเหมือน 2 แถว ขึ้นไปแล้วต้องเกาะแน่นๆๆๆ ยิ่งกว่าจิ้งจก
เพราะเร็ว แรง และ เหวี่ยง แถมทางยังชันแบบสุดๆ แอบเซอไวเวอร์นิดนึง เหอะๆ
ไปถึงชั้นแรกก็ไปไหว้กับแต๊บและพี่อร แล้วก็นั่งรถขึ้นไปขั้นที่ 2 เพื่อเดินขึ้นเขา
เราขึ้นตอนตี 4 พี่ๆนัดเจอกันข้างล่างตอน 8 โมง อะ โอเค เวลาเหลือเฟือ 4 ชั่วโมง
แต่ว่าทางขึ้นเขา คนเยอะมากกกกกกกกกกกก ต้องแบบค่อยๆไป กระดึบๆ
เราเลยช่วงแรกๆยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แถมยังมีนำเค้าอีกนะ ฮะๆ แรงจริง
แต่ว่าพอขึ้นไปได้พักนึง ถึงที่ไหว้ฤาษีได้มั้ง เริ่มไม่ไหวคะ จะอ้วก+เหนื่อย
ใจเต้นแรงมาก แต๊บบอกว่าเราหน้าซีดมากกก เลยหยุดพักแป๊บนึง
พอดีขึ้นก็ออกเดินทางต่อ ขอบอกว่าเห็นทางแล้ว แอบท้อเหมือนกันนะ
เพราะสูง+ชันมาก คิดในใจเราจะไหวมั้ยวะ แต่ก็ได้แต๊บกับพี่อร ช่วยดูแลมาตลอดทาง ขอบคุณมากค่า
ทีนี้จุดไคลแม๊กซ์อยู่ที่รอยพระพุทธบาท พอเราขึ้นไปถึงจุดที่จะเดินไปรอบพระบาทละ
แต่ไปไม่ได้คะ เพราะว่าคนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกสุดๆ (ไปถึงประมาณ 8โมงกว่าๆ)
แบบว่าคนข้างในก็ออกไม่ได้ คนข้างนอกก็เข้าไม่ได้ เลยติดเง็กอยู่ตรงนั้น
ต้องเกร็งเท้าด้วยนะ เพราะยืนมันเอียงๆ สรุปว่า รอยพระบาทก็ไม่เห็นคะ
คนเยอะจริงๆ เข้าไปไม่ถึง จะโรยพลอยก็นะ..เรียกว่า(ฝากเพื่อน)โยนจะดีกว่า
ผูกผ้าแดง กับผ้า 3 สี ก็ผูกไว้กับธงแถวนั้นละ เหอะๆ ถือว่าเราขึ้นไปถึงตรงนั้นได้
ก็มีใจมุ่งมั่นมากแล้วเนอะ ขอให้พรที่ขอสมหวังด้วยค่า สาธุ
แล้วทีนี้ตอนลงคะ ติดอีก เหมือนว่าคนก็เริ่มลงกันละ ก็ติดคน T-T
ต้องคอยกระดึบๆไป พอถึงทางที่แยกทางขึ้น-ลง ถึงจะเร็วหน่อย
พอตรงไหนทางขึ้น-ลง เป็นทางเดียวกัน ก็ติดอยู่ตรงนั้น แล้วตอนหลัง
เค้ามีทางลัดให้ลง เราก็เลือกทางลัดนะ และพบกับความลื่นคะ
เกือบไถลไปตั้งหลายรอบ แต่เร็วดีจริงๆ ถึงข้างล่างเร็วมาก
แล้วก็ต้องไปซื้อจั๋วเพื่อลงไปข้างล่างอีก ตอนลงเนี้ย ยิ่งกว่าตอนมาอีกนะ
เพราะมันสว่างแล้ว เห็นทางแล้วไง เลยรู้ว่าสูงมากกกกกกกกก
ยิ่งกว่าเล่นรถไฟเหาะอีก มันส์ไปอีกแบบ กว่าจะถึงรถตู้ก็ 10 โมงพอดี
มีพี่ลงมาก่อนแล้วด้วย แต่ยังไงซะ เราก็ไม่ใช่กลุ่มสุดท้ายที่ลงมาถึงนะ
มีอีกกลุ่มนึงลงมาเกือบเที่ยงแนะ ในเมื่อเวลาเลทขนาดนี้ โปรแกรมก็ต้องกระชับลง
แล้วก็ไปกินข้าวที่ร้านแสงจันทร์เป็ดย่าง แล้วไปไหว้ศาลหลักเมืองกับพระเจ้าตาก
แล้วก็ไปน้ำตกพลิ้ว ไปให้อาหารปลากัน ฮะๆ ถึงน้ำตกก็ต้องเดินขึ้นอีกละ เหอะๆ
อันนี้พอทน ก็เดินๆขึ้นไป จับจองสถานที่ให้อาหารปลาๆเยอะมากกกก ตัวใหญ่บึ้ม
แต่อยู่แป๊บเดียวก็ต้องกลับละ ก่อนกลับไปแวะซื้อของฝากก่อน
จากนั้นก็ยาวถึงกทม ในรถนี้สลบเหมือดอะ แต่ก็ไม่ได้หลับตลอดเวลา
มันนอนไม่สบายเท่าไหร่ กลับมาถึงบ้าน 2 ทุ่มกว่าๆได้มั้ง
แล้วก็ปวดร้าวไปทั้งตัวคะ จนถึงบัดนี้ T----------T
Posted on Tue 23 Feb 2010 0:51
|
|